
เที่ยวท่องเพลินใจ ในโรงเรียนนายร้อย จปร.
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า... ฟังดูก็รู้ว่าเป็นโรงเรียนทหารแน่นอน แต่ประหลาดใจเหมือนกันใช่ไหมล่ะเพราะเคยได้ยินหลายครั้งว่าที่นี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายก ซึ่งต้องบอกเลยว่าฟังมาไม่ผิดแน่นอน เพราะภายในพื้นที่กว้างขวางใหญ่โตร่มรื่นของโรงเรียนเหล่าทหารหาญแห่งนี้ เขาเปิดกว้างให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเที่ยวได้จริง ที่สำคัญคือมีกิจกรรมมากมาย และยังมีสำนักงานการท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้วยนะ
การเที่ยวภายในโรงเรียนนายร้อย จปร. แบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ หนึ่งคือการเที่ยวแบบฉบับนักท่องเที่ยวทั่วไป ขับรถยนต์เข้ามาได้เลยขอเพียงรับบัตรจากป้อมรักษาการณ์ด้านหน้าสักนิด เข้ามาแล้วมีที่เที่ยวเด่นๆ คือ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน พิพิธภัณฑ์ จปร. 100 ปี ศาลาวงกลม อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และวัดเขาชะโงก ซึ่งมีพระพุทธฉายศักดิ์สิทธิ์ และรอยพระพุทธบาทคู่ให้เราสักการบูชา
เริ่มแรกที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ประวัติบอกว่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณปี พ.ศ. 2130 เกิดมีข้าศึกบุกมารุกรานพื้นที่ย่านนครนายกและปราจีนบุรี ขุนด่าน กับสหายสนิทคือ นายมั่น และนายโส (จำศาลเจ้าพ่อหมื่นโสที่วัดเขาทุเรียนได้ไหม?) ตั้งป้อมต่อต้านข้าศึกอย่างห้าวหาญ กระทั่งกองทัพจากกรุงศรีอยุธยามาช่วยเหลือและขับไล่ศัตรูสำเร็จ กระทั่งเลยมาปี พ.ศ. 2493 ด้วยวีกรรมอันห้าวหาญแต่เก่าก่อนจึงมีการสร้างศาลและอัญเชิญดวงวิญญาณของขุนด่านมาประดิษฐาน ณ ศาลภายในโรงเรียนนายร้อย จปร. แห่งนี้ โดยมีการบูรณะให้สวยงามอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
รอบบริเวณศาลเจ้าพ่อขุนด่านร่มรื่น จะเห็นตุ๊กตาปูนปั้นม้าลายและไก่ซึ่งประชาชนนำมาสักการะเจ้าพ่อขุนด่านเรียงรายเต็มไปหมด นับเป็นหนึ่งในศาลที่ชาวนครนายกและพื้นที่ใกล้เคียงเคารพศรัทธาอย่างมาก
ต่อมาคือพิพิธภัณฑ์ จปร. 100 ปี มีการแสดงนิทรรศการ วีรกรรมและบทบาทของเหล่าทหารไทยในสงครามครั้งต่างๆ โดยเฉพาะสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง นอกจากนี้ยังมีจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงพัฒนาการของเครื่องแบบนักเรียนนายร้อยซึ่งยิ่งดูก็ยิ่งเท่ ชั้นสามของอาคารประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และประวัติความเป็นมาของโรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งทั้งหมดหากมาเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อขอผู้บรรยาย และชมการฉายสไลด์ได้ด้วย
กระนั้นสิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาโรงเรียนนายร้อย จปร. คือการไปวัดเขาชะโงก ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคือภาพจิตรกรรมพระพุทธฉายบนก้อนหิน แต่เดิมไม่อาจสืบได้ว่าใครวาดและมีอายุยาวนานเท่าไหร่ กระทั่ง พ.ศ. 2485 เมื่อกรมแผนที่ทหารบก มาตั้งโรงงานหินอ่อนบริเวณนี้และพบเจอพระพุทธฉาย จึงมีการเขียนซ้ำรอยเดิมให้ชัดเจนสวยงาม ทุกปีมีงานนมัสการพระพุทธฉายซึ่งถือเป็นงานใหญ่ของจังหวัด
อีกหนึ่งกิโลเมตรห่างจากวิหารพระพุทธฉายขึ้นไปบนไหล่เขา ซึ่งสามารถขับรถไปได้ แต่ต้องระวังสักหน่อยเพราะเป็นถนนคอนกรีตแคบเลนเดียวและชันเป็นบางจุด เป็นที่ตั้งของพระมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทคู่ประทับบนก้อนหิน ศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้พระพุทธฉาย อีกทั้งเป็นจุดชมวิวที่สดชื่นสวยงามด้วย
ปิดท้ายคือศาลาวงกลม สถานที่รวมจิตใจของเหล่านักเรียนนายร้อย เพื่อกราบสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกหนึ่งแห่ง
สำหรับการท่องเที่ยวอย่างที่สองภายในโรงเรียนนายร้อย จปร. คือการทำกิจกรรมต่างๆ อันได้แก่ พายเรือ เลื่อนข้ามลำน้ำ กระโดดหอสูง 34 ฟุต โรยตัวจากหน้าผาจำลอง โรยตัวจากหน้าผาจริง ยิงปืนด้วยแสงเลเซอร์ โดยกิจกรรมเหล่านี้เราจำต้องติดต่อล่วงหน้าผ่านทางสำนักงานท่องเที่ยวโรงเรียนนายร้อย จปร. และบางกิจกรรมรับเฉพาะเป็นหมู่คณะเท่านั้น
ทางโรงเรียนายร้อย จปร. ยังเปิดให้องค์กร หน่วยงาน ต่างๆ มาเข้าค่าย ร่วมกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ละลายพฤติกรรม วอล์คแรลลี่ เรียนรู้การทำงานเป็นหมู่คณะ กระทั่งการฝึกฝนการดำรงชีพในป่า เดินป่าผจญภัย มีให้เลือกหลากหลายแพ็คเกจเหลือเกิน
บอกเลยว่าการเที่ยวในเขตทหารสมัยนี้เป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
: สอบถามเพิ่มเติม สำนักการท่องเที่ยวโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า Tel. 0-3739-3185 www2.crma.ac.th/crmatour